การที่จะจ้างสำนักบัญชีมาทำบัญชีให้กับบริษัททั้งทีต้องเลือกให้ดีๆ นะคะงานนี้ ไม่งั้นละก็ นอกจากจะไม่ช่วยให้บริษัทของเราเดินไปข้างหน้าแล้ว ยังจะทำให้เสียเวลาเป็น 2 เท่าอีกด้วย

ดังนั้นเรามีเทคนิคในการเลือกสำนักบัญชีมาฝากกันค่ะ

1.เรื่องของราคา

เลือกที่ราคาแพงกว่าทุกที่ค่ะ การเลือกที่ราคาแพงต้องมีเหตุผลนะคะ อย่างเช่นว่ามีพนักงานที่จบอย่างน้อยปริญญาตรีที่มีประสบการณ์ในการทำบัญชีเกี่ยวกับธุรกิจที่บริษัททำอยู่ มีทั้งคนหลัก และคนสำรอง (การที่มีคนหลัก และคนสำรองนั้น ก็เพราะว่า ถ้าในกรณีที่คนหลักลาออก คนที่ทำสำรองก็จะมาแทนที่ และทำให้บัญชีของบริษัทเราไม่ชะงักด้วยค่ะ) โดยสัดส่วนของการรับงานนั้นจะต้องไม่ล้นมือนะคะ ซึ่งสำนักบัญชีไหนที่ทำแบบนี้ได้นั้น จะต้องมีต้นทุนสูงอยู่เหมือนกัน

** ระวังโดนหลอกกันด้วยนะคะ เพราะว่าไม่มีที่ไหนหรอกที่ทำงานดีแล้วมีราคาถูก เพราะว่าการทำธุรกิจทุกอย่างนั้นต้องมีกำไร บางแห่งราคาถูกก็จริง แต่ว่ามีการเก็บยิบย่อยจิปาถะค่ะ เช่น ค่าปิดงบ ค่ายื่นแบบกลางปี สิ้นปี ค่ายื่นงบ สบช.3 เป็นต้น ซึ่งค่าจิปาถะแบบนี้ เมื่อนำมารวมๆ กันแล้ว ยังมีราคาแพงกว่าสำนักที่เก็บแบบเหมารวมอีกค่ะ **

2.เรื่องของประสบการณ์

อันนี้สำคัญมากๆ เลยนะคะ เพราะว่าการทำงานผิดพลาด อาจส่งผลให้ธุรกิจของเจ๊งได้ ดังนั้น เราควรเลือกสำนักบัญชีที่มีประสบการณ์ตรงกับธุรกิจที่เราทำค่ะ

3.ความมั่นคงของธุรกิจ

บริษัท หรือว่าหน่วยงานของเรานั้นไม่ได้ทำแค่ 2-3 ปีแล้วจบนะคะ ดังนั้นการเลือกสำนักบัญชีที่จะให้มาดูแลให้นั้นจะต้องมีความมั่นคงพอสมควร แบบที่เป็นสำนักงานเล็กๆ ทำคน สองคน แบบนี้แนะนำไม่ให้เลือกใช้บริการค่ะ เพราะว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาในทีม เขาก็จะเลิกทำเฉยๆ ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ บริษัทของเราจะแย่เอาได้ค่ะ ถ้าอยากเลือกสำนักบัญชีที่ชัวร์จริงๆ แนะนำให้เข้าไปที่สำนักบัญชีเลยค่ะ จะได้มั่นใจด้วยว่าเป็นยังไง

4.ความซื่อสัตย์

อันนี้ดูยากหน่อยนะคะ แต่ก็มีเหตุที่สำนักบัญชีอาจจะไม่ซื้อสัตย์ได้เช่นกัน อย่างเช่นว่า ให้เราชำระค่าภาษีเป็นเงินสด ไม่ยอมให้โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือไม่ก็ไม่มีใบเสร็จรับเงินจากสรรพากรหรือว่าประกันสังคมคืนให้กับเรา เมื่อไปชำระเงินมาแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต้องรีบตรวจสอบนะคะ

** แนะนำเลยว่า ให้จ่ายภาษีหรือว่าประกันสังคมเป็นเช็คหรือว่าโอนเข้าบัญชีค่ะ เพราะว่าการจ่ายแบบนี้จะทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ด้วย

5.การติดต่อประสานงาน

ระยะทางใกล้ หรือว่าไกลไม่มีส่วนสำคัญอะไรนะคะ เพราะว่าสำนักบัญชีส่วนใหญ่มักจะมีพนักงานส่งเอกสารให้อยู่แล้ว ให้ดูเรื่องของการรับ ส่งเอกสารค่ะ ว่าจะสูญหายได้หรือไม่ และทุกขั้นตอนเราต้องสามารถตรวจสอบได้ด้วยนะคะ และสำนักงานบัญชีที่ดี จะต้องมีช่องทางการติดต่อที่เราสามารถถามปัญหาต่างๆ ได้ด้วย ในกรณีที่ว่า เราติดต่อไปแล้วไม่เจอตัว โทรไปไม่รับ Miss call ไม่โทรกลับ เลขาหรือว่าคนรับเรื่องไม่มี Email ไม่ตอบ บอกว่าไม่ได้รับทั้งๆ ที่เราส่งไปแล้ว ถ้าเจอแบบนี้ อย่าเลือกเลยค่ะ หาสำนักบัญชีใหม่เถอะ

6.สามารถเป็นที่ปรึกษาได้

ในโลกนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องไปหมดหรอกนะคะ แต่สำหรับสำนักบัญชีแล้ว ควรที่จะมีที่ปรึกษาที่ดี หรือว่าแหล่งข้อมูลที่ดีด้วย ลองถามดูได้เลยค่ะว่า ถ้าสิ่งใดที่เราถามไปแล้ว สำนักบัญชีไม่สามารถตอบได้ เค้าจะทำยังไงต่อไป ในข้อนี้ เราจะได้นำมาใช้ในการพิจารณาการว่าจ้างได้ค่ะ

7.มีแผนภาษีที่ทันสมัยทันต่อเวลา

สำนักบัญชีที่ดี จะต้องมีแผนภาษีที่ทันสมัยและทันต่อเวลานะคะ ยิ่งถ้าเรามียอดขายมากมาย เสียภาษีเยอะๆ สำนักงานบัญชีควรที่จะปิดงบ และนำเสนอแผนภาษีให้เราฟังได้อย่างน้อยทุกๆ 3 เดือนยิ่งดีเลยค่ะ

8.มีเทคโนโลยี เครื่องมือที่ทันสมัย

เรื่องของเทคโนโลยีก็ควรที่จะมีเครื่องไม้ เครื่องมือที่ทันสมัย สามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูปได้ รวมทั้งควรที่จะสำรองข้อมูลไว้นอกสำนักงานบัญชีอย่างน้อยทุกเดือนด้วยนะคะ เพื่อเป็นการป้องกันระบบล่ม การติดไวรัสด้วย

9.สามารถพบสรรพากรได้

สำนักบัญชีที่ดี ต้องเข้าพบสรรพากรแทนเราได้นะคะ ยิ่งถ้ามีหน่วยงานราชการเรียกพบด้วยแล้ว เราอย่าเข้าไปเองโดยไม่มีสำนักบัญชีเข้าไปด้วยนะคะ เพราะว่าเวลาที่สรรพากรถามคำตอบของเราอาจจะเข้าทางสรรพากรได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสรรพากรถามว่ายอดขาย 100 บาท มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่เท่าไหร่ ข้าวของตอบว่า 30 บาท แต่ในงบการเงินแสดงกำไรขั้นต่ำไว้ 20% อย่างนี้ถูกประเมินเลยนะคะ ดังนั้นควรที่จะมอบอำนาจให้นักบัญชีเข้าไปชี้แจงค่ะ

10.มีคำปรึกษาแนะนำอื่นๆ นอกจากเรื่องของภาษี

สำนักบัญชี นอกจากจะเก่งในเรื่องของภาษีและเก่งบัญชีแล้ว ควรให้คำแนะนำในเรื่องของระบบเอกสาร ระบบบัญชีให้กับเราได้ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ สำนักบัญชีควรมีบริการอื่นๆ ด้วย เช่น การจดทะเบียนต่างๆ เป็นต้น

 

 

 

สมัครเลย