ในการสัมภาษณ์งานนั้น ถึงแม้ว่าเราจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน แต่บางครั้งสิ่งที่เราเตรียมตัวมาอาจจะมีช่องโหว่ หรือว่าเราอาจจะทำอะไรผิดพลาดไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ และถ้าคุณเผลอทำข้อเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อไหร่ ขอบอกเลยว่าอาจจะส่งผลให้คุณพลาดโอกาสในการทำงานที่นั้นไปเลยก็ได้

1.อวดอ้างตัวเองมากเกินไป ฉันดี ฉันเก่ง บริษัทต้องเลือกฉัน

การบอกข้อดีของตัวเองว่าฉันเก่ง ฉันมีความสามารถ เพื่อให้บริษัทมองเห็นศักยภาพที่มีอยู่ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรนำเสนอแค่พอดี ไม่อวดอ้างจนดูมั่นใจในตัวเองมากเกินไป

2.โกหก หลอกลวง ตีเนียนไปก่อนไม่มีใครรู้หรอก

การโกหกในที่นี้ มีหลายแบบด้วยกัน หากเป็นการเพิ่มเติมข้อมูลบนพื้นฐานของความจริง ก็ยังพอหยวนๆ กันได้ แต่หากเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา หรือว่าโกหกในเรื่องสำคัญๆ แล้วโดนจับได้ทีหลัง บอกเลยนะคะว่า โดนปรับตกแน่ รวมทั้งการตอบคำถามแบบมั่วๆ ไม่มีความรู้ในด้านนั้นเลยด้วย การทำแบบนี้จะทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์ได้ค่ะ

3.เผื่อเวลาไว้ก่อนย่อมดีกว่า แต่ถ้าเผื่อมากๆ รับรองไม่ดีแน่

ในข้อนี้อาจมีบางคนเอะใจ และเริ่มไม่เห็นด้วย เพราะว่ามีผู้สมัครงานหลายๆ คนตระหนักถึงการตรงต่อเวลาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นมารยาทที่สำคัญอย่างหนึ่งในโลกธุรกิจ แต่การมาก่อนเวลานานๆ นั้น กลับไม่ใช่ผลดีต่อผู้สมัครงานเท่าไหร่ เนื่องจากการไปถึงก่อนเวลามากกว่า 15 นาทีขึ้นไป ถือว่าเป็นการกดดันผู้สัมภาษณ์ให้ละทิ้งงานที่กำลังทำอยู่ เพื่อมารับรองผู้สมัครงาน กลับกลายเป็นว่ารบกวนเวลาของผู้อื่น เข้าใจนะคะว่าต้องการมาก่อนเวลา การเผื่อเวลาถือว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ว่าการเผื่อเวลามากๆ ไป อาจจะส่งผลเสียได้

4.อนาคตของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้

ในขณะที่ถูกสัมภาษณ์อยู่นั้น ผู้สมัครหลายคนอาจจะเจอคำถามยอดฮิตที่ว่า

“ในอนาคตข้างหน้าอีก 5 ปี 10 ปี คุณจะทำอะไร”

“คิดว่าจะทำงานที่บริษัทกี่ปี”

ผู้สมัครงานหลายๆ คนก็มักจะตอบตามความจริงว่า ทำงานหนึ่งปีก็พอแล้วแล้วค่อยไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือขยับขยายไปต่อยอดการทำงานอื่นๆ บางกรณีก็อาจจะตอบว่า อีก 5 ปี จะออกไปทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งผู้สมัครหลายคนคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ในความจริงกลับเป็นคำตอบที่ทำให้ผู้สัมภาษณ์ หรือทาง HR รู้สึกว่าเป็นการสูญเสียเวลาในการฝึกสอนงานซ้ำๆ อีก ซึ่งการตอบคำถามเช่นนี้ อาจทำให้คุณโดนปรับตกได้ เพราะว่าทางบริษัทส่วนใหญ่มักจะคาดหวังให้ผู้สมัครงานมีความตั้งใจที่จะผลักดัน มุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้กับบริษัทไปนานๆ

5.วิจารณ์บริษัทเก่าไม่ให้เหลือซาก

ในกรณีที่ผู้สมัครงานผ่านการลาออกจากที่ทำงานเก่ามา ก็มักจะเจอคำถามที่ว่า “ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า” ซึ่งหลายๆ ท่านมักตอบแบบโจมตีบริษัทเก่าของตนเอง พูดถึงที่ทำงานเก่าเสียๆ หายๆ นินทาให้ผู้สัมภาษณ์ฟังอย่างละเอียดเต็มที่ แค่นั้นยังไม่พอ ยังใส่ไฟเพิ่มเติมเกินจริงไปมากอีกด้วย การวิจารณ์ที่ทำงานเก่าอย่างเสียๆ หายๆ แบบนี้นั้น ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความคิดเชิงลบ เจ้าคิดเจ้าแค้นของผู้สมัครงานเอง แทนที่จะดูน่าสงสาร กลับดูน่ากลัวเลยนะคะแบบนี้ เพราะว่าคนที่เป็น HR หรือว่าคนสัมภาษณ์งานคงคิดว่า ถ้าคนที่กำลังสัมภาษณ์อยู่นั้นลาออกไป มีหวังบริษัทโดนเผาไม่เหลือซากอย่างแน่นอน ดังนั้น HR มักจะพยายามที่จะเลี่ยงรับคนที่มีทัศนคติด้านลบแบบนี้เข้ามาทำงานค่ะ

6.ตีสนิทกับผู้สัมภาษณ์เสมือนเป็นคนสนิท มารยาทไม่จำเป็นต้องมี

สำหรับน้องๆ ที่จบใหม่ หรือว่าหลายๆ ท่านที่กำลังมองหางาน เมื่อไปสัมภาษณ์งานก็อาจจะพบเจอคนที่รู้จัก อายุใกล้เคียงกัน หรือว่าอาจเป็นผู้ใหญ่ที่อายุห่างกันค่อนข้างเยอะ แต่ว่าให้ความเป็นกันเอง โดยการพูดคุยแบบผ่อนคลายสบายๆ เพื่อให้การสัมภาษณ์นั้นไม่ดูตึงเครียดจนเกินไป แต่บรรยากาศแบบไม่ตึงเครียดนั้น ก็อาจจะทำให้ผู้สมัครลืมตัว เผลอทำกิริยามารยาทที่ไม่เหมาะสมออกไปได้ อย่างเช่น การตีสนิทกับผู้สัมภาษณ์ หรือว่าพูดคุยเล่นด้วยเหมือนคุยกับเพื่อน หรือว่าเป็นตัวของตัวเองมากเกินไปจนไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ อย่างเช่นว่า หัวเราะเสียงดังมาก เล่นโทรศัพท์ พูดจาไม่ให้เกียรติ ฯลฯ ไม่ว่าบรรยากาศการสัมภาษณ์งานจะเป็นแบบไหน อย่างไรก็ตาม เรื่องของมารยาท และกาลเทศะในการสัมภาษณ์งานเป็นสิ่งสำคัญนะคะ

7.สอบถามเรื่องของเงินเดือนและสวัสดิการเสมือนได้รับเลือกแล้ว

เมื่อทางผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้ผู้สมัครงานถามคำถาม หลายๆ คนมักจะถามเรื่องของเงินเดือนและสวัสดิการทันที เพราะว่าต้องการทราบว่าเป็นไปตามที่ตัวเองคาดหวังหรือไม่ แน่นอนว่าเรื่องของเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญ อาจจะเป็นปัจจัยแรกในการเลือกงานด้วยซ้ำ แต่อย่าลืมไปนะคะว่า เรื่องของเนื้องานก็สำคัญไม่แพ้กัน เราควรให้บริษัทได้เห็นศักยภาพของเราก่อน ว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นหรือไม่ หากบริษัทสนใจอยากจ้างงานแล้วล่ะก็เรื่องของเงินเดือนจะเป็นสิ่งที่ทางบริษัทเสนอขึ้นมาอย่างแน่นอน เมื่อถึงจังหวะนั้น เราค่อยพูดคุย เจรจากันก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ

8.อธิบายร่ายยาวจนน่าเบื่อมากกว่าน่าฟัง

การตอบคำถามการสัมภาษณ์งานนั้น ควรยึดถือเรื่องของความพอดี ความเหมาะสมเป็นหลักนะคะ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนที่ทำการสัมภาษณ์เรานั้นเป็นคนแบบไหน ต้องการผู้สมัครงานที่มีลักษณะนิสัยเช่นไร การเดินสายกลางจึงเป็นการเซฟตัวเองที่ดีที่สุดค่ะ

9.พาพวกมาด้วยอุ่นใจกว่า

ผู้สมัครงานบางคนชอบพาผู้ปกครองหรือว่าคนรู้จักมารอที่หน้าห้องสัมภาษณ์ด้วย หรือว่าให้ผู้ปกครองโทรมาถามเรื่องของผลสัมภาษณ์แทนตัวเอง การทำแบบนี้ ถือว่าเป็นยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะทำงานนะคะ ยิ่งให้ผู้ปกครองโทรมาถามผลสัมภาษณ์งานแทนเองด้วย ยิ่งไม่ควรอย่างยิ่งค่ะ เพราะว่าเมื่อเข้าสู่วัยที่เริ่มทำงานแล้ว เราควรที่จะเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆ เอง ถ้าเกิดมีธุระไปที่อื่นค่อยนัดหมายพบปะที่อื่นจะเหมาะสมกว่าค่ะ

10.แต่งตัวหรูหรา ดูดีระดับ เพิ่มความมั่นใจ

จริงอยู่ที่ว่า การแต่งกายนั้น เป็นเรื่องสำคัญในการสัมภาษณ์งาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรแต่งกายให้อยู่ในเกณฑ์พอดี การแต่งกายหรูหราเกินไป จะกลายเป็นว่าไม่เหมาะสมกับกาลเทศะได้ เพราะว่าผู้สัมภาษณ์ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง มีความอิจฉาริษยา หรือว่าอาจจะเกิดอาหารหมั่นไส้เอาได้ ยิ่งถ้าเป็นตำแหน่งงานที่เงินเดือนไม่สูง หรือว่างานหนัก จะทำให้คนที่สัมภาษณ์รู้สึกว่าผู้สมัครไม่น่าจะทนงานหนักๆ ได้ หรืออาจจะลาออกได้ง่ายดาย

สมัครเลย